วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2558

ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มผสมผสานของกานเย (Gagne’s eclecticism)


                   สยุมพร   ศรีมุงคุณ ( https://www.gotoknow.org/posts/341272 )  ได้กล่าวถึงทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มผสมผสานของกานเย (Gagne’s eclecticism) ไว้ว่า  แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ของทฤษฏีนี้ คือ  ความรู้มีหลายประเภท  บางประเภทสามารถเข้าใจได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องใช้ความคิดที่ลึกซึ้ง  บางประเภทมีความซับซ้อนมาก  จำเป็นต้องใช้ความสามารถในขั้นสูง  หลักการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฏีนี้  คือ
                การจัดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบซึ่งเริ่มจากง่ายไปหายากมีทั้งหมด ขั้น  ดังนี้
ขั้นที่  สร้างความสนใจ(Gaining attention)
ขั้นที่  แจ้งจุดประสงค์(Informing the learning)
ขั้นที่  3  กระตุ้นให้ผู้เรียนระลึกถึงความรู้เดิมที่จำเป็น(Stimulating recall of prerequisite learned capabilities)
ขั้นที่  เสนอบทเรียนใหม่(Presenting the stimulus)
ขั้นที่  ให้แนวทางการเรียนรู้(Providing learning guidance)  
ขั้นที่  
ให้ลงมือปฏิบัติ(Eliciting the performance)
ขั้นที่  ให้ข้อมูลป้อนกลับ(Feedback)
ขั้นที่  ประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ตามจุดประสงค์(Assessing the performance)
ขั้นที่  9  ส่งเสริมความแม่นยำและการถ่ายโอนการเรียนรู้(Enhancing retention and transfer)
               
ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์ (2543 : 86-88 ) ได้กล่าวถึงทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มผสมผสานของกานเย (Gagne’s eclecticism) ไว้ว่า เป็นการผสมผสานทฤษฎีพฤติกรรมนิยมกับทฤษฏีความรู้ความเข้าใจ แล้วสรุปเป็น 8 ขั้นตอนในการเรียนรู้
1. การเรียนรู้สัญญาณ ( Sign Learning ) เป็นการเรียนรู้ที่อยู่ในระดับต่ำสุด เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ เช่น จกการทดลองการหลั่งน้ำลายของสุนัข เมื่อสุนัขได้ยินเสียงกระดิ่ง ตามทฤษฎีการเรียนรู้แบบมีเงื่อนไขของ Pavlov การเรียนรู้สัญญาณเป็นสิ่งที่เราสามารถสังเกตเห็นจากชีวิตประจำวันของเรา ได้แก่ การกระพริบตา เมื่อมีของมากระทบตาเรา
2. การเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนอง ( Stimulus Response Learning ) เป็นการเคลื่อนไหวของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายต่อสิ่งเร้า เป็นการเน้นข้อต่อระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนองโดยผู้เรียนเป็นผู้กระทำเอง เช่น การทดลองจิกแป้นสีของนกพิราบจากการทดลองของ Skinner
3. การเรียนรู้การเชื่อมโยง ( Chaining ) เป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนองติดต่อกับเป็นการเรียนรู้ในด้านทักษะ เช่น การเขียน การอ่าน การพิมพ์ดีด และการเล่นดนตรี เป็นต้น
4. การเชื่อมโยงทางภาษา ( Verbal Association ) เป็นการเชื่อมโยงความหมายทางภาษาโดยออกมาเป็นคำพูด แล้วจึงใช้ตัวอักษร เช่น การเรียนการใช้ภาษา รวมทั้งการเขียนตัวอักษรด้วย
5. การแยกประเภท ( Multiple Discrimination Learning ) เป็นความสามารถในการแยกสิ่งเร้าและการตอบสนอง ผู้เรียนเห็นความแตกต่างของสิ่งของประเภทเดียวกัน เป็นการจำแนกความแตกต่างด้านทักษะและภาษา สามารถแยกลักษณะของลายเส้นจากหมึกได้
6. การเรียนรู้ความคิดรวบยอด ( Concept Learning ) เป็นความสามารถที่ผู้เรียนมองเห็นลักษณะร่วมของสิ่งต่างๆ เช่น เมื่อนึกถึงวิทยุก็นึกถึงความถี่ของเสียง การใช้ไฟฟ้าและแบตเตอรี่การรับฟังข่าวสาระบันเทิงได้
7. การเรียนรู้หลักการ ( Principle Learning ) เป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากการนำความคิดรวบยอดสองความคิดหรือมากกว่านั้นมาสัมพันธ์กัน แล้วสรุปตั้งเป็นกฎเกณฑ์ขึ้น เช่น ไฟฟ้าเป็นสื่อนำความร้อน
8. การเรียนรู้การแก้ปัญหา ( Problem - Solving ) การเรียนรู้ด้วยการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากที่ผู้เรียนนำหลักการที่มีประสบการณ์มาก่อนมาใช้ในการแก้ปัญหา เป็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมและปัญหา เช่น ไฟฟ้าเป็นสื่อนำความร้อน เราก็นำไฟฟ้ามาใช้หุงต้มได้

                บริหารการศึกษา กลุ่มดอนทอง52 ( http://dontong52.blogspot.com/ ) ได้กล่าวถึงทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มผสมผสานของกานเย (Gagne’s eclecticism) ไว้ว่า
                1. ประเภทการเรียนรู้เป็นลำดับขั้นตอน ง่ายไปหายาก 8 ประเภท
การเรียนรู้สัญญาณ
การเรียนรู้สิ่งเร้า การตอบสนอง
การเรียนรู้การเชื่อมโยงแบบต่อเนื่อง
การเชื่อมโยงทางภาษา
การเรียนรู้ความแตกต่าง
การเรียนรู้ความคิดรวบยอด
การเรียนรู้กฎ
การเรียนรู้การแก้ปัญหา
                2. การเยได้แบ่งสมรรถภาพการเรียนรู้ไว้ 5 ประการ
สมรรถภาพในการเรียนรู้ข้อเท็จจริง
ทักษะเชาว์ปัญญา
ยุทธศาสตร์ในการคิด
ทักษะการเคลื่อนไหว
เจตคติ



                สรุปทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มผสมผสานของกานเย (Gagne’s eclecticism)
               
จากข้างต้น สรุปทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มผสมผสานของกานเย ได้ว่า แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ของทฤษฏีนี้ คือ ความรู้มีหลายประเภท  บางประเภทสามารถเข้าใจได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องใช้ความคิดที่ลึกซึ้ง  บางประเภทมีความซับซ้อนมาก  จำเป็นต้องใช้ความสามารถในขั้นสูง  และยัได้ผสมผสานทฤษฎีพฤติกรรมนิยมกับทฤษฏีความรู้ความเข้าใจเข้าไว้ด้วยกัน
                ประเภทการเรียนรู้เป็นลำดับขั้นตอน ง่ายไปหายาก 8 ประเภท
                1. การเรียนรู้สัญญาณ เช่น จกการทดลองการหลั่งน้ำลายของสุนัข เมื่อสุนัขได้ยินเสียงกระดิ่ง
                2. การเรียนรู้สิ่งเร้า การตอบสนอง เป็นการเคลื่อนไหวของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายต่อสิ่งเร้า เป็นการเน้นข้อต่อระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนองโดยผู้เรียนเป็นผู้กระทำเอง
                3. การเรียนรู้การเชื่อมโยงแบบต่อเนื่อง คือ เป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนองติดต่อกับเป็นการเรียนรู้ในด้านทักษะ
                4. การเชื่อมโยงทางภาษา เป็นการเชื่อมโยงความหมายทางภาษาโดยออกมาเป็นคำพูด แล้วจึงใช้ตัวอักษร
                5. การเรียนรู้ความแตกต่าง เป็นความสามารถในการแยกสิ่งเร้าและการตอบสนอง
                6. การเรียนรู้ความคิดรวบยอด เป็นความสามารถที่ผู้เรียนมองเห็นลักษณะร่วมของสิ่งต่างๆ
                7. การเรียนรู้กฎ เป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากการนำความคิดรวบยอดสองความคิดหรือมากกว่านั้นมาสัมพันธ์กัน แล้วสรุปตั้งเป็นกฎเกณฑ์ขึ้น
                8. การเรียนรู้การแก้ปัญหา การเรียนรู้ด้วยการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากที่ผู้เรียนนำหลักการที่มีประสบการณ์มาก่อนมาใช้ในการแก้ปัญหา เป็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมและปัญหา
                การเยได้แบ่งสมรรถภาพการเรียนรู้ไว้ 5 ประการ
                1. สมรรถภาพในการเรียนรู้ข้อเท็จจริง
                2. ทักษะเชาว์ปัญญา
                3. ยุทธศาสตร์ในการคิด
                4. ทักษะการเคลื่อนไหว
                5. เจตคติ
                การจัดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบซึ่งเริ่มจากง่ายไปหายากมีทั้งหมด ขั้น  ดังนี้
                ขั้นที่  สร้างความสนใจ
                ขั้นที่  แจ้งจุดประสงค์
                ขั้นที่  3  กระตุ้นให้ผู้เรียนระลึกถึงความรู้เดิมที่จำเป็น
                ขั้นที่  เสนอบทเรียนใหม่
                ขั้นที่  ให้แนวทางการเรียนรู้
                ขั้นที่  
ให้ลงมือปฏิบัติ
                ขั้นที่  ให้ข้อมูลป้อนกลับ
                ขั้นที่  ประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ตามจุดประสงค์
                ขั้นที่  9  ส่งเสริมความแม่นยำและการถ่ายโอนการเรียนรู้




ที่มา

สยุมพร  ศรีมุงคุณ . [Online] https://www.gotoknow.org/posts/341272 . ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มผสมผสานของกานเย . เข้าถึงเมื่อ 1 กันยายน 2558 .
                ปรียาพร  วงศ์อนุตรโรจน์ . (2543) . ศาสตร์การสอนองค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 5) . กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
               
บริหารการศึกษา กลุ่มดอนทอง52 . [Online] http://dontong52.blogspot.com/ . จิตวิทยาการศึกษา . เข้าถึงเมื่อ 1 กันยายน 2558 .

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น